หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | บริการของเรา | เพิ่งมาเป็นครั้งแรก | Shopping | ตั้งเป็นหน้าแรก 
สำนักกฏหมายและทนาย
โฆษณา
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์เว็บไซต์ส่วนตัวฟรีเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ระบบ Poll ฟรี
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 

ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

การโชว์บุหรี่ ณ จุดขายผิดกฎหมายหรือไม่ ?

บทความน่ารู้ : เรื่องการโชว์บุหรี่ ณ จุดขายผิดกฎหมายหรือไม่ ?
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๘ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามมาตรการที่ประกาศไว้ว่า ห้ามมิให้มีการโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

        ช่วงเวลาประมาณเพียง ๕ วัน นับแต่วันที่ทางกระทรวงสาธารณสุดเริ่มนำเดินการ ได้ทำให้ภาพของการที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขได้เดินตรวจร้านค้าปลีก เป็นภาพที่นำเสนอตามสื่อต่าง ๆ ตลอดจนมีภาพที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ขายปลีกในร้านค้าปลีกที่ยัง โชว์บุหรี่ ณ จุดขายอยู่ไปที่สถานีตำรวจ ภาพเหล่านี้ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

        ผู้เขียนเองชื่นชมในเจตนาดีของผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อ ให้มีการลดการบริโภคบุหรี่ ตลอดจนป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้ามาเป็นผู้เสพหน้าใหม่ และเห็นด้วยในเจตนาดังกล่าว

        แต่อย่างไรก็ดี เป้าหมายที่ดีนั้น จะต้องดำเนินการด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ผู้เขียนตั้งเป็นข้อสังเกตในเรื่องนี้ คือ ในด้านวิธีการของกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นการดำเนินการตามเป้าหมายอันมีเจตนาที่ดี แต่หลงลืมที่จะตรวจสอบว่าวิธีการที่ใช้นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

        หากเจ้าหน้าที่รัฐ คำนึงถึงแต่เป้าหมาย ว่าเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ไม่คำนึงว่าวิธีการเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่น่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่วิธีการที่ใช้นั้นมีผลกระทบต่อผู้อื่นที่เป็นโทษในทางอาญา เพราะประเทศไทยนั้นอยู่ในระบบ “นิติรัฐ” ซึ่งหมายความว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะกระทบสิทธิของประชาชน จะต้องมีกฎหมายให้อำนาจ ดังสุภาษิตในกฎหมายมหาชนที่ว่า “ไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำไม่ได้”

        บุหรี่นั้น สังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่บริโภคเข้าไปในร่างกายแล้วมีผลร้ายต่อร่างกาย และเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้ชิด บุหรี่จัดในทางวิชาการได้ว่าเป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่ง แต่ในทางกฎหมายนั้น บุหรี่ไม่ใช่ยาเสพติดตามกฎหมายยาเสพติดที่กำหนดให้การจำหน่ายยาเสพติดตาม กฎหมายเป็นความผิด

        ดังนั้น แม้บุหรี่จะเป็นสินค้าที่มีอันตราย แต่ในระบบกฎหมายยังไม่ได้จัดให้อยู่ในประเภทที่ห้ามขายโดยเด็ดขาด หากแต่เพียงมีกฎหมายในการควบคุม คือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งหมายความว่า บุหรี่ยังเป็นสินค้าที่สามารถขายได้ แต่ต้องดำเนินการภายในเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เงื่อนไขที่ที่ทุกท่านคุ้นเคยกันดี คือ ห้ามไม่ให้มีการขายบุหรี่แก่ผู้ที่อายุไม่ครบ ๑๘ ปีบริบูรณ์

        มาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่เรียกร้องไม่ให้มีการตั้งโชว์ บุหรี่ ณ จุดขาย นั้น ชัดเจนว่า ไม่ได้มีการออกเป็นกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งใด ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เพราะตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ นั้น ชัดเจนอีกว่า ไม่มีบทมาตราใดให้อำนาจในการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งเกี่ยวกับการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย

        อย่างไรก็ดี สิ่งที่สื่อนำเสนอสู่สายตาของประชาชนว่า กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาตรการ หรือมีการประกาศ นั้น ย่อมทำให้เกิดความสับสนได้ว่า มีการออกกฎหรือออกประกาศ

        มาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการในเรื่องการห้ามโชว์ บุหรี่ ณ จุดขาย คือ การที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ตีความกฎหมายในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ ประกอบกับบทนิยามความหมายของคำว่า “โฆษณา” ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓ ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ซึ่งการฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา ๑๙ คือ ปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

-พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕

        มาตรา ๓ ได้ให้คำนิยามของคำว่า “โฆษณา” ไว้ว่า “หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า”

         “มาตรา ๘ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ ยาสูฐในสิ่งพิมพ์ ทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้ หรือใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบในการแสดง การแข่งขัน การให้บริการหรือการประกอบกิจกรรมอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์ให้สาธาณชนเข้าใจ ว่าเป็นชื่อ หรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบ”

มาตรา ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท

        เท่าที่ผู้เขียนได้จับประเด็นของทางกระทรวงสาธารณสุขในการตี ความกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย พบว่า เป็นการตีความกฎหมาย โดยทางกระทรวงสาธารณสุด เห็นว่า มาตรา ๘ ที่ห้ามมิให้โฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยา สูบในสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้ นั้น รวมถึงการตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขายด้วย เพราะการโฆษณาตามบทนิยามศัพท์นั้น หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

        การตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย นั้น ในทางวิชาการของสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการตลาด มีการยอมรับกันว่า จุดที่ตั้งโชว์สินค้า แต่ละจุดในร้านค้าส่งผลต่อการซื้อสินค้า

        ดังนั้น เมื่อพิจารณาในด้านของกระทรวงสาธารณสุขที่ตีความกฎหมาย ก็จะเห็นว่า การอ่านกฎหมายจากเพียงลายลักษณ์อักษร ๒ มาตราประกอบกัน ก็อาจทำให้ตีความได้อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขตีความ

        ด้วยความเคารพต่อการตีความของกระทรวงสาธารณสุข ผู้เขียนมีข้อพิจารณาทีสำคัญ ๒ ประการเกี่ยวกับการตีความกฎหมายข้างต้น ดังนี้

        ประการที่หนึ่ง พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๘ เป็นบทกฎหมายที่มีโทษในทางอาญา คือ โทษปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในทางกฎหมายนั้น บทกฎหมายใดมีโทษในทางอาญา ต้องตีความโดยเคร่งครัด

        หลักการตีความกฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัดนี้ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ บรมจารย์ทางกฎหมายอาญา ได้อธิบายไว้ในหนังสือกฎหมายอาญาภาค ๑ พิมพ์โดยเนติบัณฑิตสภา พ.ศ.๒๕๓๖ หน้า ๓๙ ว่า

         “หลักที่ว่าจะลงโทษบุคคลในทางอาญาได้ ต่อเมื่อกฎหมายบัญญัติว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด มีผลอยู่ในตัวเองว่า กฎหมายที่บัญญัติความผิดเช่นนั้น จะต้องบัญญัติโดยชัดแจ้งว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิด การตีความในกฎหมายนั้นจึงต้องพิจารณาตามตัวอักษร จะขยายความในบทกฎหมายออกไปถึงกรณีที่ไม่ระบุไว้ให้ชัดว่าเป็นความผิดด้วย ย่อมไม่ตรงกับหลักที่กล่าวนั้น”

        ปัญหาของการตีความกฎหมายในเรื่องการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ของกระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่ว่าเป็นการตีความขยายความในกฎหมายไปถึงกรณีที่ไม่ระบุไว้ชัดว่าเป็น ความผิดด้วยหรือไม่ เพราะหากเป็นการตีความขยายเสียแล้ว ย่อมเป็นการตีความที่ขัดต่อหลักการตีความกฎหมายอาญาโดยเคร่งครัด

        เมื่อพิจารณามาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ จะพบว่า การห้ามโฆษณายาสูบนั้น กฎหมายห้ามไม่ให้ทำใน ๒ กรณี ใหญ่ ๆ คือ กรณีแรก ห้ามโฆษณา กรณีที่สองห้ามใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบในการต่าง ๆ

        ในที่นี้มีข้อพิจารณาในกรณีการห้ามกรณีแรก ที่ห้ามโฆษณา ซึ่งตามตัวบทมาตรา ๘ เป็นการห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยา สูบในในสิ่ง ๔ ประการดังต่อไปนี้ คือ

(๑) สิ่งพิมพ์

(๒) ทางวิทยุกระจายเสียง

(๓) วิทยุโทรทัศน์

(๔) สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้

        การโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ย่อมไม่ใช่การโฆษณาในสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่การโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง ไม่ใช่การโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ แต่มีข้อพิจารณาว่าจะถือว่า การโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย เป็นการโฆษณาในสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้หรือไม่

        หากตีความแต่ถ้อยคำที่ว่า “สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้” ย่อมต้องยอมรับว่า การตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย เป็นสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้ เพราะการตั้งสินค้า ณ จุดขายมีผลต่อการขายสินค้า

        แต่อย่างไรก็ดี การตีความกฎหมายหาได้พิจารณาแต่ตัวอักษรเพียงถ้อยคำไม่ หากแต่ต้องพิจารณาบริบทของถ้อยคำในมาตรานั้น ๆ ในองค์รวม ไม่พิจารณาในลักษณะแยกส่วน โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวบทกฎหมายเขียนต่อเนื่องกัน

        มาตรา ๘ นี้มีลักษณะเป็นการเขียนต่อเนื่องกันที่ห้ามไม่ให้มีการโฆษณา โดย ๓ สิ่งแรกเป็นสิ่งที่ดูแล้ว ยิ่งใหญ่ เห็นชัดว่าเป็นการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำในสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ เมื่อ ๓ สิ่งแรกเป็นสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ สิ่งที่ ๔ คือ “สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้” ก็ย่อมต้องมีลักษณะในทำนองเดียวกันกับ ๓ สิ่งแรก คือ ต้องยิ่งใหญ่ในทางการโฆษณาเหมือน ๓ สิ่งแรก สิ่งที่ ๔ จะมีลักษณะเล็ก ๆ ดังเช่น การตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย คงไม่ได้ เพราะเป็นการตีความที่ไม่คล้อยตามกัน

        การที่มาตรา ๘ ห้ามไปถึงการโฆษณาใน “สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้” เป็นลักษณะการเขียนที่กฎหมายประสงค์จะให้ครอบคลุมถึงสื่อโฆษณาต่าง ๆ ที่จะมีต่อไปในอนาคต เพราะในขณะที่เขียนกฎหมายนี้ สื่อนั้นอาจยังไม่มี ถ้ามีสื่อในทำนองเดียวกันนั้นก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการแก้ไขกฎหมาย ตัวอย่างสื่อในปัจจุบันที่จะถือว่าเป็นสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณา เช่น การโฆษณาผ่านระบบอินเตอร์เนต เป็นต้น

        ดังนั้น ด้วยความเคารพต่อการตีความของกระทรวงสาธารณสุข ผู้เขียนจึงเห็นว่า เมื่อพิจารณาถึงหลักการตีความกฎหมายอาญาโดยเคร่งครัด ที่ห้ามไม่ให้มีการตีความกฎหมายออกไปถึงกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ชัดว่ามีความ การตีความของกระทรวงสาธารณสุด ที่ว่า การตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ย่อมเป็นการตีความที่มีลักษณะต้องห้ามในกฎหมายอาญา เพราะเป็นการตีความ “สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้” ไม่เป็นไปในทำนองหรือลักษณะเดียวกันกับ ๓ สิ่งแรกที่กฎหมายห้าม

        ประการที่สอง การตีความกฎหมายอาญานั้น มีทั้งการตีความโดยพิจารณาตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังที่ศาตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย บรมจารย์ทางกฎหมายอาญา ได้อธิบายไว้ในหนังสือกฎหมายอาญาภาค ๑ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒๖ พ.ศ.๒๕๓๗ หน้า ๔๓ ว่า

         “การตีความในกฎหมายอาญาก็มีหลักเช่นเดียวกับการตีความในกฎหมายอื่น ๆ กล่าวคือ จะต้องตีความตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์ (spirit) ของกฎหมายนั้น ๆ เป็นแต่กฎหมายอาญามีหลักการตีความพิเศษเพิ่มขึ้นอีก

        การตีความตามตัวอักษร หมายความว่า จะต้องถือว่าในการที่ผู้บัญญัตินำถ้อยคำอันใดมาใช้นั้น ในประการแรก จะต้องถือว่าได้ตั้งใจจะให้ถ้อยคำนั้น ๆ มีความหมายตามที่สามัญชนเข้าใจกันอยู่ ในกรณีใดที่ผู้บัญญัติกฎหมายเห็นว่าถ้อยคำของกฎหมายไม่ควรจะเข้าใจอย่างภาษา สามัญธรรมดาหรือภาษาเทคนิค ผู้บัญญัติกฎหมายก็จะได้กำหนดบทวิเคราะห์ศัพท์หรือบทนิยาม (definition) ไว้…

        การตีความตามเจตนารมณ์ การตีความตามตัวอักษรอย่างเดียวในบางกรณียังไม่อาจทำให้เข้าใจความหมายของ กฎหมายได้ โดยเหตุนี้ จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องหยั่งทราบเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของกฎหมายนั้น ๆ ทั้งนี้โดยพยายามสืบทราบว่าในการที่ผู้บัญญัติกฎหมายได้บัญญัติบทมาตรานั้น ๆ ลงไว้นั้น ผู้บัญญัติกฎหมายมีความประสงค์อย่างใด เมื่อทราบเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว ก็สามารถทราบความหมายของถ้อยคำในกฎหมายได้ โดยถือว่าถ้อยคำนั้น ๆ ต้องมีความหมายไปในทางที่ตรงต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย มีข้อที่ควรสังเกตว่า ถ้อยคำของกฎหมายชัดอยู่แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะตีความเป็นอย่างอื่นได้ และไม่สามารถจะอ้างเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อแสดงว่ากฎหมายมีความหมายผิดไป กว่าถ้อยคำอันชัดแจ้งนั้นได้…”

        ปัญหาการตีความมาตรา ๘ ว่าครอบคลุมถึงการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขายหรือไม่ นั้น เมื่อพิจารณาจากตัวอักษรของกฎหมาย ดังที่ได้พิจารณาไปในประการที่หนึ่ง แล้วนั้น จะพบว่า อาจยังมีข้อโต้แย้งได้ในเชิงตัวอักษรของบทบัญญัติในมาตรา ๘ อันอาจถือได้ว่า เป็นกรณีที่ถ้อยคำของกฎหมายมีความไม่ชัดเจนอยู่ ดังนั้น การตีความมาตรา ๘ จึงต้องนำหลักการตีความตามเจตนารมณ์มาพิจารณาประกอบด้วย

        เมื่อพิจารณาตามหลักการตีความเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เห็นเจตนารมณ์ของการบัญญัติมาตรา ๘ นี้ได้ คือ ต้องหยั่งทราบให้ได้ว่าผู้บัญญัติกฎหมายมาตรา ๘ นี้ มีความประสงค์อย่างใด

        ผู้บัญญัติกฎหมายในที่นี้ หมายถึง รัฐสภาอันเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยที่จะบัญญัติกฎหมายขึ้นมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้

        เมื่อพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของผู้บัญญัติกฎหมาย พบว่า พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ในขณะนั้นมีเพียงสภาเดียวเป็นผู้พิจารณากฎหมาย) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงมติรับหลักการในร่างกฎหมายนี้ในการประชุมครั้งที่ ๑๖/๒๕๓๕ วันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๕ ต่อมาในการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ วาระที่ ๒ ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ที่มีนายประสพ รัตนากร เป็นประธาน ได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาแสดงความเห็น ดังนี้

๑. ผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้มาชี้แจงแสดงความคิดเห็น คือ นายพิพัฒน์ ทองผดุงรัตน์ หัวหน้าฝ่ายปรับปรุงกฎหมาย (นิติ ๗) กองนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

๒. ผู้ซึ่งคณะกรรมาธิการเชิญมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ คือ

๒.๑ นายหทัย ชิตานนท์ ประธานคณะกรรมการระบาดวิทยาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการระบาดวิทยาแห่งชาต กระทรวงสาธารณสุข
๒.๒ นายประกิต วาทีสาธกกิจ หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
๒.๓ นายสุภกร บัวสาย นายแพทย์ ๕ ช่วยราชการกองแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข
๒.๔ นายอัชพร จารุจินดา เลขานุการกรรมการร่างกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๒.๕ นายภมิชัย พันธพฤทธิพยัค ผู้ช่วยเลขานุการกรรมการร่างกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๒.๖ นายบัญชา เสือวรรณศรี อัยการประจำกรม สำนักงานอัยการสูงสุด
๒.๗ นายนิโรธ เจริญประกอบ หัวหน้าฝ่ายประสานงาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค”

        ในการแปรญัตติร่างกฎหมายนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๓ คำนิยาม “โฆษณา” มีเพียงการขอเพิ่มคำว่า “ได้ยิน” ในส่วนของมาตรา ๘ วรรคหนึ่งขอเติมคำว่า “ทาง” หน้าคำว่า “วิทยุกระจายเสียง”

        จากการพิจารณารายงานการประชุมของสภานิติบัญญัติที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ พบว่า ไม่ปรากฏชัดเจนว่าได้มีการอภิปรายหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำใด ๆ ที่เพียงพอจะชี้ให้เห็นว่า ผู้บัญญัติกฎหมาย ประสงค์จะให้คำการโชว์บุหรี่ ณ จุดขายผิดกฎหมายด้วย

        อย่างไรก็ดี หากวิเคราะห์แล้วจะพบว่า การวางขายบุหรี่ ณ จุดขาย ที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน ได้กระทำมาแล้วในอดีต ซึ่งในขณะที่สภานิติบัญญัติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ ประสงค์จะให้บทมาตรา ๘ คลุมไปถึงการตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ก็น่าจะมีการบัญญัติให้ชัดแจ้ง หากแต่มาตรา ๘ นั้น บัญญัติแต่เพียงการโฆษณาในลักษณะที่ยิ่งใหญ่ สื่อสารให้คนหมู่มากได้เห็นหรือได้ยินการโฆษณา เท่านั้น

        นอกจากนั้น เมื่อได้พิจารณาถึงสถานการณ์ในการโฆษณาบุหรี่ในช่วงที่มีการพิจารณาร่างพระ ราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ จะพบได้ว่า การโฆษณาบุหรี่ในยุคนั้น(พ.ศ.๒๕๓๕) มีการโฆษณาตามสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ ทั้ง ๓ สื่อจึงเป็นเป้าหมายหลักที่มาตรา ๘ ห้ามไม่ให้กระทำ ส่วนคำว่า “สิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้” ได้ น่าจะหมายถึง การโฆษณาในทำนองเดียวกับ ๓ สื่อหลัก อันทำให้ประชาชนหมู่มากได้เห็นหรือได้ยิน เช่น ป้ายโฆษณาใหญ่ตามข้างทาง เป็นต้น

        อนึ่ง ในช่วงที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบนี้ ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือโดยสำนักงานควบคุมการบริโภคยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข ใช้ชื่อหนังสือว่า “ผิดกฎหมาย ตัวอย่างการกระทำที่นับว่าเป็นการผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ” ในหน้าปกในของหนังสือ ใต้ชื่อหนังสือ ก่อนชื่อสำนักงานควบคุมการบริโภคยาสูบ มีชื่อระบุว่า “นายแพทย์หทัย ชิตานนท์ ประธานกรรมการร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับบุหรี่และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข” หนังสือนี้พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ (พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๕ และกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป)

        ในหนังสือนี้ได้มีการยกตัวอย่างต่าง ๆ ที่เป็นการโฆษณาบุหรี่ เพื่อทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในหน้า ๑๔ ข้อ ๑.๓ มีถ้อยคำว่าพร้อมภาพว่า

การโฆษณาบุหรี่ ณ จุดขาย

        การวางบุหรี่ตามปกติย่อมกระทำได้ แต่การจัดซอง, คารตอน, หรือสื่ออื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการขายถือเป็นการโฆษณา เนื่องจาก “ทำให้ประชาชนเห็น เพื่อประโยชน์ทางการค้า”

        ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ท่านผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและริเริ่ม ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการลดการบริโภคบุหรี่ และป้องกันเยาวชนหน้าใหม่เข้าสู่การบริโภคบุหรี่ นั้น เข้าใจและตีความกฎหมายในการห้ามโฆษณาบุหรี่ ตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ ใช้บังคับ ว่า “การวางบุหรี่ตามปกติย่อมกระทำได้”

        จากการที่ได้พิจารณาในประเด็นการตีความว่าการโชว์บุหรี่ ณ จุดขายผิดกฎหมายหรือไม่ ผู้เขียนเห็นว่า เจตนาของท่านที่ออกมาตีความว่าการโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย เป็นการโฆษณา จึงเป็นความผิดตามมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.๒๕๓๕ นั้น เป็นเจตนาที่ดี ควรแก่การยกย่องอย่างยิ่ง เพราะท่านคำนึงถึงผลร้ายของบุหรี่ ซึ่งในด้านเจตนานี้ ผู้เขียนมีความเห็นพ้องต้องด้วยเป็นอย่างยิ่ง

        แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนติดขัดที่วิธีการที่ท่านตีความกฎหมาย โดยผู้เขียนเห็นว่า “การวางโชว์บุหรี่ ณ จุดขายตามปกติ” ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการโฆษณา

        แต่เพื่อให้เจตนาของท่านที่เรียกร้องในเรื่องนี้บรรลุผล ผู้เขียนเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุข เป็นฝ่ายบริหาร มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามกฎหมายที่ตราขึ้นโดยฝ่าย นิติบัญญัติ เมื่อกฎหมายยังไม่ได้ให้อำนาจในการบังคับให้การโชว์บุหรี่ ณ จุดขายผิดกฎหมาย หากกระทรวงสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องมีเจตนาเช่นนั้น ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้ชัดเจน เพราะความไม่ชัดเจนในกฎหมายอาญาในเรื่องนี้ อาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ค้าขายได้

        ผู้ค้าขายบุหรี่นั้น ไม่ใช่ผู้ขายยาเสพติดตามกฎหมาย บุหรี่ยังเป็นสินค้าที่ขายได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่การขายต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและกระทำการตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายในปัจจุบันกำหนดนั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย

        อนึ่ง ในกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เห็นว่า การตั้งโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย ของร้านค้าใด ไม่ใช่การตั้งขายตามปกติ แต่มีลักษณะเป็นการโฆษณา ก็ควรที่จะดำเนินคดีเป็นรายกรณี ไม่ควรที่จะเหมารวมทุกร้านค้าที่ตั้งโชว์บุหรี่

        มาตรการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขาย อาจเป็นมาตรการที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี เพราะบุหรี่เป็นสินค้าอันตราย แต่ความเข้าใจของประชาชนในประเด็นนี้ เป็นความเห็นพ้องต้องกันในด้านวัตถุประสงค์ที่จะลดการบริโภคบุหรี่ ตลอดจนป้องกันเยาวชนหน้าใหม่ไม่ให้เข้าสู่วงจรผู้บริโภคบุหรี่

        แต่อย่างไรก็ตาม ความเห็นพ้องต้องกันในเชิงวัตถุประสงค์ร่วมกันนี้ วิธีการที่ภาครัฐจะดำเนินการ จะต้องมีกฎหมายให้อำนาจ หากไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ภาครัฐก็จะดำเนินการใด ๆ ที่กระทบสิทธิของประชาชนไม่ได้

        อย่างไรก็ดี ภาครัฐอาจอาศัยกระแสสังคมนี้ เสนอแก้ไขกฎหมาย แล้วให้ผู้แทนของปวงชน คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ได้ เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใดเพียงบางคน กระทำตนเป็นผู้บัญญัติกฎหมายเสียเอง

ที่มาจาก : panyathai.or.th

ลิงค์เนื้อหาที่ใกล้เคียงและเกี่ยวข้อง [Tags List]

การแสดง โฆษณา เจ้าหน้าที่ ประกาศ
มหาวิทยาลัย ประเทศไทย รัฐสภา หนังสือ
การตลาด      

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
 เกมส์ ออนไลน์ บทความน่ารู้
  • การเป็นเจ้าของทรัพย์สินของพระภิกษุ (6777)
  • การเติมเต็มในสัญญากู้เงิน (6382)
  • สัญญาซื้อขายทรัพย์ที่ยังมิได้กำหนดไว้แน่นอน (4217)
  • ผลของการที่กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อนั้น (6589)
  • สัญญาซื้อขายทรัพย์เฉพาะสิ่ง (12445)
  • การโอนกรรมสิทธิ์ในสัญญาซื้อขาย (6125)
  • การแจ้งเกิด (9534)
  • การตีความเอกสาร (4766)
  • การแสดงเจตนาของนิติบุคคล (8844)
  • ตายทางการแพทย์กับการยอมรับของกฎหมาย (6433)
  • การถ่ายสำเนาหนังสือโดยร้านถ่ายเอกสาร (7565)
  • ภรรยามีสิทธิในทรัพย์สินของสามีบ้างมั้ย (3201)
  • ดูบทความทั้งหมด >> 

    แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


    อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
    แนะนำสินค้า/บริการ
    โฆษณา
    อยากมีเว็บคลิก
    โฆษณา
    โฆษณาฟรี
    โฆษณา
    ที่พักแก่งกระจาน
    โฆษณา
    โฆษณา
    DVDราคาถูกทีสุด
    โฆษณา
    พัดลมกันระเบิด
    โฆษณา
    บรรจุภัณฑ์
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!

    ซื้อขายสินค้า

     

    ร้านค้าฟรี

     

    ทีวีออนไลน์

     

    ฟังเพลง


    วิทยุออนไลน์

     

    ดาวน์โหลด ฟรี

     

    ดาวน์โหลด

     

    เกม

     

    เกมส์


    โปรโมทเว็บไซต์

     

    โปรโมทเว็บฟรี

     

    โฆษณา ฟรี

     

    ข่าวประจำวัน

    หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
    ไปเที่ยวเชียงใหม่
    ไปเที่ยวเชียงราย
    ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
    ไปเที่ยวน่าน
    ไปเที่ยวปาย
    ไปเที่ยวภูกระดึง
    ไปเที่ยวเลย
    ไปเที่ยวเพชรบูรณ์
    ค้นหาข้อมูล
    หมวดย่อย
    จุดประสงค์
    ประเภท
    จังหวัด
    ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    ประกาศ ประกาศซื้อขาย ประกาศฟรี ประกาศซื้อขายฟรี ประกาศขายฟรี ประกาศขาย โฆษณา โฆษณาขายฟรี โฆษณาซื้อฟรี โฆษณาซื้อขาย โฆษณาเว็บ โฆษณาซื้อขายฟรี ประกาศโฆษณาซื้อขาย โฆษณาซื้อขายสินค้าฟรี ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์ฟรี โฆษณาฟรี ประกาศโฆษณาฟรี โฆษณาเว็บฟรี โปรโมทเว็บฟรี โปรโมทเว็บ โฆษณาเว็บไซต์ โฆษณาเว็บไซต์ฟรี โปรโมทเว็บไซต์ โปรโมทเว็บไซต์ฟรี จัดอันดับเว็บไซต์ จัดอันดับเว็บไซต์ฟรี เกมส์ออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ สถานีวิทยุออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ ข่าวประจำวัน รายงานอากาศ รายงานการจราจร คลิปวีดีโอ หาแฟน เศรษฐกิจและการเงิน ดาวน์โหลดฟรี รวมข่าวแปลก หาเพื่อน ฟรีเว็บบอร์ด อีการ์ด การ์ดอวยพร ข้อมูลการท่องเที่ยว ดูดวง โชคชะตาราศรี ฐานข้อมูลธุรกิจ แหล่งข้อมูลธุรกิจ เกมส์ ออนไลน์ เกมส์ เกมส์ออนไล บ้านและที่ดิน ซื้อขายบ้านและที่ดิน ข้อมูลท่องเที่ยว เว็บสำเร็จรูป เว็บโฆษณาสำเร็จรูป เว็บไซต์โฆษณาสำเร็จรูป เว็บไซต์สำเร็จรูป ลงประกาศ ลงประกาศฟรี ลงประกาศซื้อขาย ดูทีวี ลงประกาศซื้อขายฟรี โฆษณาแบนเนอร์ฟรี ลงโฆษณาฟรี ลงโฆษณาซื้อขาย ลงโฆษณาซื้อขายฟรี ประกาศซื้อขายบ้าน โฆษณาซื้อขายสินค้า ประกาศโฆษณาซื้อขายฟรี จัดอันดับเว็บ จัดอันดับเว็บฟรี เกมออนไลน์ โฆษณาแบนเนอร์ ลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โฆษณาสินค้า โฆษณาสินค้าฟรี โปรโมทสินค้า โปรโมทสินค้าฟรี แหล่งซื้อขายสินค้า แหล่งโฆษณา แหล่งโฆษณาฟรี บริการโฆษณาฟรี โปรโมทเว็บไซต์ โปรโมทเว็บ เว็บไซต์โฆษณา เว็บโฆษณา เกม Thailand Shopping Mall สูตรอาหาร สำนักกฏหมายและทนาย เช่ารถตู้เอ็นจีวี เช่ารถตู้

    เช่ารถตู้ไปกระบี่ เช่ารถตู้ไปกาญจนบุรี เช่ารถตู้ไปกาฬสินธุ์ เช่ารถตู้ไปกำแพงเพชร เช่ารถตู้ไปขอนแก่น เช่ารถตู้ไปจันทบุรี เช่ารถตู้ไปฉะเชิงเทรา เช่ารถตู้ไปชลบุรี เช่ารถตู้ไปชัยนาท เช่ารถตู้ไปชัยภูมิ เช่ารถตู้ไปชุมพร เช่ารถตู้ไปเชียงราย เช่ารถตู้ไปเชียงใหม่ เช่ารถตู้ไปตรัง เช่ารถตู้ไปตราด เช่ารถตู้ไปตาก เช่ารถตู้ไปนครนายก เช่ารถตู้ไปนครปฐม เช่ารถตู้ไปนครพนม เช่ารถตู้ไปนครราชสีมา เช่ารถตู้ไปนครศรีธรรมราช เช่ารถตู้ไปนครสวรรค์ เช่ารถตู้ไปนนทบุรี เช่ารถตู้ไปน่าน เช่ารถตู้ไปนาราธิวาส เช่ารถตู้ไปบึงกาฬ เช่ารถตู้ไปบุรีรัมย์ เช่ารถตู้ไปปทุมธานี เช่ารถตู้ไปประจวบคีรีขันธ์ เช่ารถตู้ไปปราจีนบุรี เช่ารถตู้ไปปัตตานี เช่ารถตู้ไปพระนครศรีอยุธยา เช่ารถตู้ไปพะเยา เช่ารถตู้ไปพังงา เช่ารถตู้ไปพัทลุง เช่ารถตู้ไปพิจิตร เช่ารถตู้ไปพิษณุโลก เช่ารถตู้ไปเพชรบุรี เช่ารถตู้ไปเพชรบูรณ์ เช่ารถตู้ไปแพร่ เช่ารถตู้ไปภูเก็ต เช่ารถตู้ไปมหาสารคราม เช่ารถตู้ไปมุกดาหาร เช่ารถตู้ไปแม่ฮ่องสอน เช่ารถตู้ไปยโสธร เช่ารถตู้ไปยะลา เช่ารถตู้ไปร้อยเอ็ด เช่ารถตู้ไประนอง เช่ารถตู้ไประยอง เช่ารถตู้ไปราชบุรี เช่ารถตู้ไปลพบุรี เช่ารถตู้ไปลำปาง เช่ารถตู้ไปลำพูน เช่ารถตู้ไปเลย เช่ารถตู้ไปศรีสะเกษ เช่ารถตู้ไปสกลนคร เช่ารถตู้ไปสงขลา เช่ารถตู้ไปสตูล เช่ารถตู้ไปสมุทรปราการ เช่ารถตู้ไปสมุทรสงคราม เช่ารถตู้ไปสมุทรสาคร เช่ารถตู้ไปสระแก้ว เช่ารถตู้ไปสระบุรี เช่ารถตู้ไปสิงห์บุรี เช่ารถตู้ไปสุโขทัย เช่ารถตู้ไปสุพรรณบุรี เช่ารถตู้ไปสุราษฏร์ธานี เช่ารถตู้ไปสุรินทร์ เช่ารถตู้ไปหนองคาย เช่ารถตู้ไปหนองบัวลำภู เช่ารถตู้ไปอ่างทอง เช่ารถตู้ไปอำนาจเจริญ เช่ารถตู้ไปอุดรธานี เช่ารถตู้ไปอุตรดิตถ์ เช่ารถตู้ไปอุทัยธานี เช่ารถตู้ไปอุบลราชธานี เช่ารถตู้

    หน้าแรก | บริการของเรา | ข้อตกลงการใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 3 คน